ลูกค้าสัมพันธ์: 08-1144-5656

ความสำคัญของการศึกษา

ความสำคัญของการศึกษา

ประเทศไทย นับว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เราได้รับการปลูกฝังให้นับความรู้เป็นหนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ คนไทยผู้แสวงหาความก้าวหน้าในชีวิตจึงไฝ่หาความรู้เพื่อฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ทันโลกทันเหตุการณ์อยู่เสมอ ระบบการศึกษาในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลดความเลื่อมล้ำทางสังคม การศึกษาจึงเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างครั้งอดีต เมื่อโลกหมุนไปการศึกษาได้พัฒนาตามไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งระดับการศึกษาที่สูงขึ้น สถานศึกษาและสาขาวิชาที่หลากหลายขึ้น ความรู้ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ย้ำเตือนให้รู้ว่า หากคุณต้องการเป็นคนที่มีศักยภาพ การศึกษาเป็นสิ่งไม่ควรมองข้าม

 

หากคุณมองการศึกษาเป็นแค่เครื่องมือในการยกระดับฐานะทางสังคมเพียงอย่างเดียว นั่นหมายความว่าคุณไม่ยังเข้าใจแก่นแท้ของความสำคัญในการศึกษาอย่างแท้จริง แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า เหตุใดคนไทยหลายคนจึงมองการศึกษาในมุมมองนี้เพียงมุมเดียว นั่นเพราะในอดีต การศึกษาอย่างเป็นระบบเป็นสิ่งที่ชนชั้นสูงหรือผู้ชายเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ คนที่มีการศึกษาในสมัยนั้นจึงมักเป็นกลุ่มเจ้านาย คนไทยจึงมีคำสอนที่ว่า “หากอยากเป็นเจ้าคน นายคน ก็ต้องเรียนให้สูงเข้าไว้” เมื่อยุคสมัยผ่านไป ผู้คนมองโลกกว้างขึ้นไป มุมมองด้านการศึกษาจึงกว้างตามไปด้วย คนไทยตระหนักได้ว่าการแบ่งชนชั้นด้วยระดับการศึกษา เป็นเรื่องล้าสมัยและไม่ถูกต้อง การศึกษาไทยจึงถูกพัฒนาเพื่อความเท่าเทียมไม่ใช่เพื่อแบ่งแยกอย่างที่เคยเป็นมา นี่จึงเป็นสาเหตุที่คุณไม่ควรมองการศึกษาเป็นแค่เครื่องมือยกระดับทางสังคมเพียงมุมเดียว หากแต่แท้ที่จริงแล้วกระบวนการศึกษานั้นเป็นเครื่องมือชั้นยอดในการพัฒนามนุษย์ต่างหาก การศึกษาจะฝึกกระบวนการคิดจนเกิดความรู้ ควบคู่ไปกับคุณธรรมและจริยธรรม วิชาความรู้เหล่านี้จะช่วยให้คุณมีทักษะในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีควาสุข การศึกษาได้ถูกต่อยอดให้มีแขนงวิชาที่หลากหลายขึ้น เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เจาะจงในรูปแบบของวิชาชีพเฉพาะมากขึ้น เช่น ครุศาสตร์ กฏหมาย บัญชี แพทย์ศาสตร์ หรือเพิ่มระดับการศึกษาที่สูงชั้น อย่างระดับปริญญาตรี  ปริญญาโท และปริญญาเอก ความก้าวหน้าทางด้านการศึกษาไม่มีทีท่าจะหยุดลงเลย เมื่อมีความรู้ใหม่เกิดขึ้น วิธีคิดหรือความรู้แบบเดิม จึงอาจถูกลบล้างได้เสมอ ดังนั้นหากคุณไม่ใส่ใจหาความรู้ใหม่เพิ่มเติม ความตั้งใจในการพัฒนาตนเองหรือก้าวสู่ความสำเร็จอาจไม่เป็นผลก็เป็นได้

 

มีคำกล่าวที่ว่า “การศึกษาคือการลงทุนสู่ความสำเร็จ” นั่นก็เป็นสิ่งที่ไม่ผิดนัก บอกได้แต่เพียงว่า การศึกษา คือการลงทุนด้วยความโลภเพียงรูปแบบเดียว ที่คุณไม่มีทางล้มละลายและผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่คุณจะได้กลับมา คือ สมบัติติดตัวที่ชื่อว่า “ความรู้” เป็นสิ่งเดียวที่ใครก็ไม่สามารถขโมยไปจากคุณได้ เมื่อโลกไม่หยุดหมุนมนุษย์จึงไม่ควรหยุดเรียนรู้ การศึกษามอบความรู้ให้เราเข้าใจและก้าวทันโลกมากขึ้น แล้วคุณละ? เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาหรือไม่

 

ความสำคัญของงานวิจัย

หากองค์ความรู้จากการศึกษาคือสิ่งที่มีคุณค่าจริง ผลงานการทำวิจัยก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าองค์ความรู้เหล่านั้นสามารถนำมาสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ได้จริงเช่นกัน มองดูแล้วการทำวิจัยก็คล้ายกับการทำการบ้านในสมัยเด็ก แต่ถ้าหากคุณมองงานวิจัยในแง่ของการบ้านพียงอย่างเดียวก็ถือว่าผิดถนัด เมื่อคุณศึกษาในระดับที่สูงขึ้น เช่น ระดับปริญญาตรี  ปริญญาโท และปริญญาเอก การทำการบ้านและหาคำตอบที่มีอยู่ในตำราคงไม่เพียงพอ ในการเรียนระดับนี้คุณต้องแสดงศักยภาพที่มี ด้วยการตั้งโจทย์ หาคำตอบ เพื่อการค้นพบแนวความรู้ใหม่ กระตุ้นความไฝรู้แด่บุคคลต่อไป  โดยอาศัยวิธีคิดที่มีแบบแผนอย่าง ผลงานการทำวิจัย ผลงานการทำสารนิพนธ์ ผลงานการทำวิทยานิพนธ์  ผลงานการทำดุษฎีนิพนธ์ การต่อยอดความรู้ด้วยผลงานเหล่านี้ สร้างสิ่งประดิษฐ์ แนวคิด และการค้นพบใหม่ๆ แก่มนุษยชาติเสมอ


ผู้ที่สามารถทำวิจัยได้ จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องที่ตนต้องการการทำวิจัยอย่างถ่องแท้ ซึ่งจะพบการทำวิจัยในการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มีการเรียนการสอนเจาะลึกลงในวิชานั้นๆ ซึ่งประเภทของผลงานมักจัดทำตามระดับการศึกษาที่สูงขึ้นตามลำดับ เช่น นักศึกษาปริญญาตรี ทำงานวิจัย ส่วนนักศึกษาปริญญาโท ทำสารนิพนธ์ ทำวิทยานิพนธ์ และนักศึกษาปริญญาเอก ทำดุษฎีนิพนธ์  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลักเกณฑ์ในการกำหนดให้นักศึกษาในแต่ละระดับ ต้องทำผลงานประเภทใดนั้น มักขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและสถาบันที่นักศึกษาเหล่านั้นทำการศึกษาอยู่ ซึ่งแต่ละสถาบันจะมีกฎระเบียบข้อบังคับในการทำผลงานที่แตกต่างกันออกไป เหตุที่การในเรียนระดับที่สูงขึ้น ต้องทำผลงานที่ยากและซับซ้อนขึ้น ก็เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษารู้จักใช้หลักการและเหตุผลในการคิดอย่างมีระบบ ค้นคว้าและสร้างสรรค์ผลงานใหม่เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น สอดคล้องกับข้อปฎิบัติที่ว่าการศึกษาจะขัดเกลาทั้งปัญญาและคุณธรรม ความรู้จะไร้ค่า ไร้ประสิทธิภาพ ถ้าไม่นำมาใช้เพื่อพัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติ การกำหนดวิถีทาง การแก้ปัญหาและ